Road Trip in Kyushu

Where do you want to travel?

Your journey will lead you to famous domestic and foreign beauty spots.

Uncategorized

Road Trip in Kyushu

 

 

 

คิวชูภูมิภาคในญี่ปุ่นที่ใครหลายๆคนมองข้ามไป ครั้งนี้พวกเราขอเลือกไปสัมผัสเสน่ห์ของญี่ปุ่นในมุมมองที่ต่างจากทุกครั้งที่เคยไป และเป้าหมายของพวกเราก็คือ ขับรถชมวิวเยี่มมชมทุ่งดอกไม้ แช่ออนเซน และตระเวนกินอาหารทะเล จะสนุกแค่ไหนตามไปเที่ยวด้วยกันเลย

 

-การเดินทาง-

           เราเดินทางช่วงวันที่ 13-19 April 2018 ตรงกับช่วงสงกรานต์พอดี เราเลยต้องหาตั๋วราคาประหยัดหน่อย ครั้งนี้เราได้ตั๋วจากสายการบิน China Eastern Airline แวะพักเครื่องที่เซี่ยงไฮ้ ราคาตั๋วคนละ 13,800 บาทรวมน้ำหนักกระเป๋า2ใบ ใบละ 23 โล ดีงามตรงนี้

 

– ที่พัก-

 

-ได้เวลาเที่ยวกันแล้ว-

 

Day1: BKK- Fukuoka

วันแรกเราขึ้นเครื่องกันตั้งแต่9 โมงเช้า แวะพักเครื่องที่เซี่ยงไฮ้ 2 ชั่วโมง

พวกเรามาแวะจิบชาก่อนเดินทางกันต่อ

หลังจากนั้นก็บินต่อไปที่ฟูกุโอกะ

กว่าจะถึงก็เกือบ 3 ทุ่มแล้ว พวกเราเอากระเป๋าไปเก็บที่ที่พัก แล้วก็ออกไปกินข้าวกัน

มื้อแรกพวกเราขอประเดิมกันที่ Ichiran ramen หรือที่รู้จักกันว่าราเมนข้อสอบ

หน้าตาชามจะไม่เหมือนกับที่อื่น เราเดาว่าเพราะที่เมืองนี้เป็นเมืองต้นกำเนิดของ Ichiran ramen

เดินไปมุมไหนก็เจอร้านนี้ เยอะยิ่งกว่า 7-11 ซะอีก จากนั้นพวกเราก็ไปพักผ่อนเอาแรงกันก่อนค่ะ คืนนี้เราจองที่พักจาก airbnb ห้องพักมีเตียงให้  2 เตียง

มีเครื่องครัวให้พร้อม

ห้องน้ำก็มีแชมพู สบู่ ยาสีฟัน ผ้าเช็ดตัวให้ครบเลย แถมมีเครื่องซักผ้าด้วย

ยังไม่พอ location ยังดีมากอีก เพราะอยู่ใจกลางแหล่งชอปปิ้งเลย เดินลงมาก็เจอ ดองกี้

ซึ่งเป็นร้านขายของสารพัดทุกสิ่งอัน  พวกเราแฮปปี้สุดๆ คืนนี้ขอตัวไปนอนก่อนแล้วพรุ่งนี้ไปเที่ยวกันค่า

.

.

 

Day2 : Maizura Park – Dazaifu

วันนี้ตื่นเช้ามาพร้อมกับอากาศขมุกขมัว ดูจากพยากรณ์อากาศ เค้าบอกว่า ฝนจะตกทั้งวัน แต่ความตั้งใจที่จะไปดูซากุระของเราก็ยังไม่หมด พวกเราเลยมุ่งหน้าไปที่ สวน Maizuru Park ที่สถานี Asakasa ตั้งแต่เช้าเพื่อจะไปถ่ายรูปกับซากุระ

เราเอา subway map ของเมืองฟุกุโอกะมาฝาก

ราคาค่า subway ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานี ราคาเริ่มต้นที่ 200เยน

แต่ถ้าใครจะใช้ subway เดินทางทั้งวัน เราแนะนำให้ซื้อ 1 Day pass ราคา 600 เยนจะคุ้มกว่าค่ะ

.

พอเดินออกจากสถานี เดินไปไม่ไกล ก็เจอซากุระแล้ว พวกเราดีใจมากเหมือนเด็กได้ของเล่นเลย

ถึงแม้ว่าจะเหลืออยู่ไม่กี่ต้น แต่พวกเราก็สามารถถ่ายรูปกันได้ตั้ง 3 ชม.

หลังจากนั้นฝนก็เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เราก็เลยไปเที่ยวที่ Dazaifu กันต่อ

เรามาเปลี่ยนสถานีเพื่อนั่งLocal trainไปที่ Dazaifu กัน

ค่ารถไฟ ขาละ 500 เยน นั่งประมาณ 20นาทีก็ถึงแล้ว วันนี้ฝนตกทั้งวันอากาศก็เลยเย็นกว่าทุกวัน

ไปถึงก็เที่ยงพอดี พวกเราก็เลยไปหลบฝนและกินข้าวกลางวันกันที่ร้าน Kasanoya

พวกเรา 3 คนสั่งกันแค่ 2 เซต  เซตแรก เซตข้าวหน้าปลาดิบ

เซตที่สอง เซตโซบะเย็นเสริฟพร้อมกับเทมปุระ

จากนั้นเราก็แวะกินโมจิย่าง หน้าร้านนี่แหละ เค้าว่าร้านนี้เป็นร้านดังและเก่าแก่ที่สุด ปกติเราไม่ค่อยชอบกินโมจิเท่าไหร่ แต่อันนี้อร่อยเลยค่ะ

 ต่อด้วย Daifuku Strawberry ลูกเบ้อเริ่ม สนนราคา ชิ้นละ 500 เยน ราคาสูงหน่อย แต่รสชาติ อร่อยลืมเลยค่า

แล้วก็ไปแวะ starbuck สาขา Dazaifu ที่เหมือนเป็น landmark ของที่นี่ นักท่องเที่ยวเยอะมากจริงๆค่ะ

ไหนๆก็มาแล้ว เราก็เลยขอไปแวะลูบหัววัวตัวนี้เพื่อเป็นศิริมงคลซักหน่อย

จากนั้นเราก็กลับเข้าเมือง ไปลงที่สถานี Tenjinเพื่อไปเดินชอปปิ้งกันต่อ

ใครที่อยากชอปปิ้งเราแนะนำสถานีนี้เลยค่ะ เพราะนอกจากจะรายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าแล้ว ทางเดินใต้ดินก็มีร้านค้าอีกเต็มไปหมด

พวกเราชอปปิ้งกันเหมือนเป็นวันสุดท้ายของทริปก็ว่าได้ ทั้งที่จริงๆแล้วเพิ่งมาเมื่อวาน 555

ที่ฟุกุโอกะก็มี Line Friend store นะคะ อยู่ที่ tenjin เลยค่ะ

ขอพักเหนื่อยกินขนมซักหน่อย

พอชอปปิ้งจนหนำใจแล้ว เราก็ไปกินมื้เย็นกันที่ร้าน Hyoutan sushi ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆกับทางเข้าห้างSolaria

หน้าตาทางเข้าร้าน โลโก้เป็นแบบนี้ ถ้าเห็นคิวยาวๆ ก็แปลว่ามาถูกร้านแล้วค่ะ

รอคิวประมาณ40 นาที ก็ได้เข้าไปในร้าน ที่นั่งในร้านไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ พวกเราได้นั่งตรงเคาน์เตอร์เลยค่ะ

อาหารมาแล้ว เมนูแรกมันปูย่างผสมเนื้อปู อร่อย หอมมากๆ

เซตซูชิ บอกเลย สด อร่อยทุกคำ

ยังไม่หนำใจขอจัด ชูโทโร่อีกคนละคำ

มื้อนี้ราคาตกคนละประมาณ 2,500เยน ถ้าเทียบกับความสด อร่อยของอาหารแล้ว ถือว่าคุ้มค่ามาเลยค่ะ

วันนี้ขอกลับไปพักผ่อน เตรียมลุยต่อพรุ่งนี้กันค่ะ

.

.

Day3: Yufuin

วันนี้เราไปรับรถที่จองไว้ ตอน 8 โมงเช้า ที่ Orix rent a car สาขานี้อยู่ไม่ไกลจากสถานี Tenjin เลยค่ะ

ครั้งนี้เราซื้อ Kyushu express pass ด้วย 4 วัน ราคา5,500 เยน รวมกับค่าเช่า ETC card อีก 340 เยน จากที่ศึกษามา เค้าบอกว่าที่นี่ค่าทางด่วนแพงมาก ถ้าขับรถแล้วจะขึ้นทางด่วนตลอด เราแนะนำว่าควรซื้อ pass จะคุ้มกว่าค่ะ

หมายเหตุ: Kyushu express passไม่รวมกับ Fukuoka highway pass ซึ่งต้องจ่ายเงินเพิ่มต่างหาก อีกประมาณ 550-600เยน

Tips:วิธีการกด GPS บนรถ แนะนำให้หาจากMap code หรือเบอร์โทรศัพท์ของสถานที่ที่เราจะไปเพื่อความสะดวกและแม่นยำ ไม่หลงแน่นอนค่ะ

หลังจากรับรถเรียบร้อย เราก็มุ่งหน้าไปเมืองยูฟุอิน ระหว่างทางก็สัมผัสกับธรรมชาติข้างทาง

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ขึ้นทางด่วน ลงก็ถึงเลย เราเอารถไปจอดที่ที่พัก

แล้วก็เดินเข้าเมืองกันค่ะ วันนี้พวกเราแต่งตัวกันมาเป็นตีมค่ะ

พอถึงเมืองก็เที่ยงพอดี ก็เลยไปหาอะไรรองท้องกันก่อน มื้อนี้ เราไปกินที่ร้าน Yufumabushi Shin

ร้านนี้อยู่ใกล้สถานียูฟุอินเลย คนเยอะตลอดเวลา เราต่อคิวประมาณ 30นาทีถึงจะได้คิว

เมนูที่ร้านก็จะมีเป็นแบบเซตข้าวหน้าปลาไหล, เนื้อวัว, ไก่ ราคาเซตละ 2,500 เยน

เค้าเอาเครื่องเคียงมาเสริฟก่อน

ตามด้วยจานหลักของเรา เป็นข้าวหน้าเนื้อ มาในหม้อดิน เนื้อนุ่ม อร่อยมาก

ส่วนชามนี้เป็นข้าวหน้าปลาไหลราดซอส อร่อยไปอีกแบบค่ะ 

ขอบอกว่าอร่อยมากกก ให้ คะแนน 10เต็ม 10 ไปเลยค่ะ ขอบอกว่าใครมาที่นี่ห้ามพลาดเป็นอันขาด

Website: http://ichiba.geocities.jp/ggkbh080/

อิ่มแล้วเราก็ไปเดินเล่นกันต่อ เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ มีร้านรวง 2 ข้างทาง รวมถึงร้านขนม ของกินเล่นเต็มไปหมด เดินออกมาไม่เท่าไหร่ ก็แวะกิน soft cream ชาเขียวกันต่อ

รสชาติเข้มข้นสุดๆ ถ้วยนี้ราคา 550 เยนค่ะ

จากนั้นก็ไปเดินเล่นกัน ที่นี่เต็มไปด้วยร้านดูดทรัพย์พวกเรามาก เข้าร้านไหนเสียเงินทุกร้าน

แล้วเราก็ไปต่อกันที่ Snoopy tea house นั่งพักกินชาเขียวซักพัก ก่อนไปเดินเล่นต่อ

ชาเขียวมัชฉะจำเป็นต้องน่ารักขนาดนี้มั้ย

อิ่มท้องแล้วก็ไปถ่ายรูปเล่นกัน บอกแล้วว่าพวกเรามาเป็นตีม ดูออกมั้ยว่าตีมอะไร 555

เมืองนี้ยังคงมีกลิ่นอายของธรรมชาติอยู่เยอะมาก

สองข้างทางก็มีร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านขนมเต็มไปหมด พวกเราเพลิดเพลินกันมากจริงๆ

มาถึงที่ก็ต้องไม่พลาดร้านนี้เลย milch สาขาต้นกำเนิด สนนราคาถ้วยละ 120 เยน

เดินต่อมาอีกไม่ไกลก็เจอ Yufuin Floral village เป็นหมู่บ้านเล็กๆ น่ารักมุ้งมิ้งสุดๆ

ข้างในนี้ก็มีร้านขายของกระจุกกระจิกอีกแล้ว

มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอจริงๆ

มุมถ่ายรูปน่ารักๆเต็มไปหมด

จากนั้นก็เดินไปจนสุดทางก็จะเจอกับKinrin lakeที่เป็นทะเลสาบ

จุด landmark ของที่เมืองนี้ ระหว่างทางก็เจอต้นซากุระที่ยังไม่ร่วง 3-4 ต้น สวยงามสุดๆ

และแล้วก็เดินมาถึงซักที Kinrin Lake

เราเดินเล่นจนลืมเวลา ร้านค้าปิดหมด เราก็เลยเดินไปกินอาหารเย็นกันที่ร้าน Nenrin ซึ่งร้านนี้เปิดถึง 4 ทุ่ม

เราสั่งเซตข้าวหน้าไข่ข้น

กับเซตนาเบะไก่ เพราะอยากซดน้ำซุบร้อนๆให้หายหนาว

จากนั้นก็เดินกลับที่พักกันที่พักเราคืนนี้ เราพักที่ Ryokan Yamanami

ที่นี่คือดีมาก ทั้งห้องพัก ออนเซน ราคา และบรรยากาศโดยรวม

ทางเรียวกังมียูคาตะให้พวกเราใส่เพื่อไปออนเซนกัน

หน้าสดพร้อมไปออนเซนแล้วคร่า

ออนเซนที่นี่มีทั้งแบบ In door และ Out door พวกเราไปแช่กันตอนนั้นไม่มีคนเลย เหมือนได้แช่แบบส่วนตัว ฟินสุดๆ

 

Day4: Beppu – Kuju hana Koen – Kurokawa Onsen

วันนี้เราเดินทางกันไปที่เมืองเบปปุซึ่งอยู่ห่างจากยูฟุอินแค่ 14 กิโล ขับรถออกมาไม่นานก็ถึง

จุดหมายแรกเรากันที่ บ่อน้ำพุร้อน Umi-Jigoku ซึ่งเป็นบ่อทะเลเดือด สีฟ้า เสียค่าเข้าคนละ 400 เยน

ความจริงเมืองนี้มีบ่อน้ำพุร้อนหลายบ่อมาก แต่พวกเราไม่ค่อยอินเท่าไหร่

เราเลยขอไปแช่ออนเซนทราย กันที่ Shoningahama seaside sand bath(別府海浜砂湯)

พอไปถึงเราก็ไปซื้อตั๋วกัน ค่าแช่ทรายราคาคนละ 1,030 เยน

ระหว่างรอคิวก็ไปนั่งแช่เท้าชมวิวทะเลกัน เพลินลืมเวลาไปเลย

พอถึงคิว เค้าจะให้พวกเราไปเปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะ แล้วก็ลงไปนอนแช่ประมาณ 15 นาที

ทรายอุ่นๆ  ทำให้รู้สึกได้ถึงเลือดไหลเวียนในตัว สบายจนหลับไปเลย ฟินสุดๆ

จากนั้นเราก็ไปทานข้าวกลางวันกันที่ร้านเทมปุระชื่อดัง ร้านชื่อ  Toyotsune(とよ常本店)

ตั้งอยู่ใกล้ๆสถานีเบปปุเลย ที่นี่มีที่จอดรถอยู่หลังร้านด้วย

Tips : ป้ายร้านไม่มีภาษาอังกฤษนะคะ ให้สังเกตจากโลโก้ภาษาญี่ปุ่นเอา

Website: http://www.toyotsune.com/

เราสั่งข้าวหน้าเทมปุระกุ้ง 3 ตัว แป้งกรอบไม่อมน้ำมัน อร่อยมากกอีกแล้ว

.

หลังจากทานข้าวเสร็จ เราก็มุ่งหน้ายาวๆไปที่ Kurokawa Onsen เมืองแห่งออนเซนที่เราจะไปพักกันคืนนี้

ก่อนจะถึง Kurokawa เราแวะสวนดอกไม้กันก่อน

สวนนี้มีชื่อว่า Kuju Hana Koen หรือ Kuju Flower park

ที่นี่เป็นสวนดอกไม้ที่มีดอกไม้ตลอดทั้งปี สลับสับเปลี่ยนกันไป

ช่วงที่เรามาเป็นช่วงของดอกทิวลิป บานสวยงามมาก

ที่นี่มีทุ่งดอกเนโมฟิลาด้วย แต่ยังบานไม่เต็มที่ เดี๋ยวเราจะไปทุ่งที่บานเต็มที่กันวันถัดไปค่ะ

ขอชิม soft cream รสกุหลาบซักหน่อย หอม หวาน อร่อยมากเลย

ขอลงรูปต่อรัวๆเลยแล้วกัน

ดูจากรูปคงไม่ต้องบอกนะคะว่าคุ้มแค่ไหน ใครมาเส้นทางนี้ ขอบอกว่าห้ามพลาดเลย

Website: http://www.hanakoen.com/

ค่าเข้าสวนคนละ 1300 เยน

เวลาเปิด –ปิด 8:30 AM. – 5.30 PM.

จากนั้นเราก็ขับรถต่อไปที่ Kurokawa Onsen กัน คืนนี้เราพักกันที่ Ryokan Yamanoyu

พวกเรารีบไปเปลี่ยนชุดยูกาตะ แล้วก็ไปเดินเล่นในเมือง ที่พักเราคืนนี้มีอาหารค่ำและอาหารเช้าให้

ราคาต่อคนประมาณ 4,000บาท ราคานี้ถือว่าคุ้มนะคะ

เมืองนี้เล็กๆ ใส่ชุดยูกาตะเดินถ่ายรูปเล่นก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

น่าเสียดายเรามากันเย็นแล้ว ร้านก็เลยปิดเกือบหมด ร้านที่นี่ส่วนใหญ่ปิด 18:00 น. แต่เราก็ไม่พลาดที่จะได้กินชูครีม แสนอร่อย เรียกว่าเป็นชูครีมที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมาก็ว่าได้ แป้งกับครีมนี่ละมุนสุดๆ

ร้านชื่อ Roku นะคะ ใครมาต้องมาชิมให้ได้นะคะ

จากนั้นก็ได้เวลาอาหารเย็นที่ทางเรียวกังจัดไว้ให้ค่ะ

ซาซิมิเนื้อม้าค่ะ รสชาติไม่คาวเลย

ตบท้ายด้วยของหวาน เป็นพุดดิ้งเต้าหู้ราดซอสมะเขือเทศ ดูไม่เข้ากัน แต่อร่อยมากเลยค่ะ

.

.

Day5: Takachiho Gorge – Kumamoto

เช้านี้เราลงมาทานอาหารเช้ากันก่อน อาหารเช้าที่ทางเรียวกังจัดให้จัดเต็มมาเลยทีเดียว

จากนั้นเราก็ไปเที่ยวกันต่อ วันนี้พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตก และก็ตกจริงๆ ตกมันทั้งวัน ที่กลัวที่สุดคือกลัวไม่ให้พวกเราพายเรือ

ก่อนถึง  Takachiho Gorge เราก็แวะศาลเจ้า Takachiho Shrine กันก่อน

ที่ศาลเจ้านี้มีชื่อเสียงเรื่องการมาขอเรื่องความรัก เค้าให้ขอพรและเดินรอบต้นไม้คู่นี้ทั้งหมด 3 รอบ แล้วพรที่ขอจะสมหวัง

จากนั้นเราก็ไปต่อกันที่จุดหมายของเราโชคดีมาก ที่เค้าเปิดให้พายเรือ พวกเราก็ไม่รอช้า รีบมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือ

ค่าเช่าเรือ ลำละ 2,000 เยน นั่งได้ไม่เกิน 3คน เค้าให้คนกลางพายแค่คนเดียว นั่งแล้วห้ามเปลี่ยนที่นะคะ

วันนี้ไปถึงก็ไปลงเรือเลย สงสัยเพราะฝนตก คนเลยไม่ค่อยเยอะ ถือว่าเป็นความโชคดีของพวกเรา

 

Takachiho Gorge เป็นช่องเขาที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำGokase ที่ไหลผ่านชั้นหินลาวาจากภูเขาไฟ Aso ผนังของหน้าผาสีเทาดำบวกกับริ้วลายสวยงามตัดกับสีน้ำเงินอมเขียวของแม่น้ำGokase ที่ไหลผ่าน ร่วมกับเสียงของสายน้ำตกเล็กๆ ของน้ำตก Manai ทำให้ที่นี่เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ

หลังจากพายเรือเสร็จเราก็เดินไปที่จุดชมวิว เพื่อชมวิวมุมสูงกันต่อ สวยงามมากจริงๆ

ชื่นชมธรรมชาติกันเสร็จก็ไปแวะจิบชา กาแฟที่คาเฟ่น่ารักๆ ในเมืองทาคาชิโฮะก่อน

จากนั้นก็ไปทานอาหารกลางวันกันต่อ พวกเราไปกินกันที่ร้าน Steak เนื้อ

ชื่อร้าน Nagomiเป็นร้านเนื้อชื่อดังติดอันดับต้นๆในเวบของญี่ปุ่นเลย

Website: http://www.town-takachiho.jp/gamadase/nagomi.html

พิกัด : Mitai Takachiho-chōNishiusuki-gun Miyazaki-ken

เมนูที่เราสั่งเป็น Loin steak ราคาเซตละ 2,000 เยน เนื้อนุ่มละมุนมากๆ

พอทานข้าวเสร็จเราก็ขับรถมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองคุมาโมโต ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

บรรยากาศสองข้างทางทำให้พวกเราหายง่วงกันเลยทีเดียว

พอถึงเมืองคุมาโมโตก็ เย็นแล้ว พวกเราเลยไปจอดรถในเมือง และแวะกินมื้อเย็นกันเลย

มื้อนี้เราไปกินข้าวหมูทอดทงคัตสึที่ร้านKatsuretsu Tei

Website: http://hayashi-sangyo.jp/shop/shop-1

พวกเราสั่งเซตกุ้งทอด หมูคุโรบุตะ และหมูคุโรบุตะแบบพรีเมี่ยม มาอย่างละเซต อร่อยทุกอย่างจริงๆ

จากนั้นเราก็เข้าโรงแรมกันค่ะ คืนนี้เราพักที่ JR Kyushu Hotel Kumamoto

ที่นี่ตั้งอยู่ติดกับ JR Kumamoto station เลย ถ้าใครเดินทางโดยรถไฟ โรงแรมนี้ก็สะดวกมากเลยค่ะ

.

.

Day6: Kawachi Fujien Wisteria tunnel – Uminonakamichi seaside park

แพลนของพวกเราวันนี้เป็นแพลนที่เรารอลุ้นกันตั้งแต่อยู่ไทย

เพราะความจริงแล้วสวนวิสทีเรียจะเปิดวันที่ 21 April -13 May’18

แต่พวกเราจะไปกันวันที่ 18 April’18 ซึ่งครั้งนี้พวกเราพกดวงมาด้วยจริงๆ

เพราะ สวนเพิ่งประกาศในเวบว่าเลื่อนมาเปิดวันนี้เป็นวันแรก

พวกเราก็ไม่รอช้าสิคะ มุ่งหน้าไปที่สวนกันเลย

สวนนี้ตั้งอยู่ที่จังหวัดคิตะคิวชู  ชื่อสวน Kawachi Fuji-en ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองฟุกุโอกะ

เป็นสวนดอกวิสทีเรียที่สวยงามอันดับต้นๆของญี่ปุ่นเลย

ค่าเข้าสวนคนละ 500เยน (ราคาขึ้นลงตามความบานของดอกไม้)

Website: https://kawachi-fujien.com/

ดอกไม้ยังไม่ค่อยบานเลย น่าเสียดายจัง แต่ไหนๆก็มาถึงแล้ว ขอถ่ายรูปเก็บบรรยากาศก็ยังดี

สวนนี้จะบานเต็มที่ประมาณต้นเดือน พค. แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย

ถ้าใครจะมาแนะนำให้ดูข้อมูลจากเวบไซต์อีกทีค่ะ

 

หลังจากอกหักจากวิสทีเรีย ความพยายามของพวกเราก็ยังไม่หมด

เราก็ไปแพลนไปดูไม้กันต่อที่สวน  Uminonakamichi seaside park

ระหว่างทางเราแวะจุดพักรถบนทางด่วนเพื่อกินอาหารกลางวันกัน

ขับรถประมาณ ชั่วโมงกว่าๆก็ถึงที่สวน Uminonakamichi seaside park

สวนนี้ความจริงมีส่วนของส่วนน้ำกับอควาเรียม แต่ส่วนที่เป็นสวนสาธารณะเก็บค่าเข้าคนละ 450 เยน

ซึ่งช่วงที่เรามาเป็นช่วงเทศกาล Flower Picnic จะจัดในช่วง 24 Mar-6 May 2018

ไฮไลท์ของสวนนี้ก็คือดอกเนโมฟิล่า(Nemophila) ซึ่งจะบานเต็มที่ช่วงนี้เลย

นี่แหละค่ะคราวนี้พวกเราไม่พลาดละค่ะ

ดอกไม้บานเต็มที่ สวยสุดๆไปเลย

Website: https://uminaka-park.jp/en/

จากนั้นเราก็กลับเข้าเมืองฟุกุโอกะกัน พวกเราไปเติมน้ำมัน และคืนรถ เก็บกระเป๋าที่ โรงแรม

แล้วก็ไปทานอาหารเย็นกัน

มื้อนี้เป็นคืนสุดท้ายก่อนกลับแล้ว พวกเราขอจัดเต็มกันเลย ที่ร้าน bikkurikaniya(びっくりかにや)

ซึ่งเป็นร้านชาบูขาปูชื่อดัง

ความจริงเราตั้งใจจะกินร้านนี้ตั้งแต่วันแรกที่มา แต่มาถึงแล้ว คนเยอะมาก เราเลยจองคิวใหม่ว่าจะมากินวันนี้แทน

Tips:ร้านนี้พนักงานพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้นะคะ ถ้าใครจะมาแนะนำให้โทรมาจองล่วงหน้า

หรือจะแวะมาจองที่ร้านเหมือนเราก็ได้

พิกัดร้านนี้ตั้งอยู่ที่สถานี ทางออก Exit 1 ของสถานี Nakasu Kawabata

เดินออกมาเลี้ยวซ้ายเข้าซอย แล้วก็เลี้ยวขวา ก็ถึงร้านละค่ะ

ค่าบุฟเฟ่ต์หัวละ 2800 เยนราคาไม่รวมเครื่องดื่ม และบวกเพิ่ม Table Charge โต๊ะละ 400 เยน

อาหารหลักๆก็จะมีปู หมู ไก่ ค่ะ ขาปูก็แกะง่ายมาก หักตรงปลายนิดนึงแล้วก็ดึงออกมา แบบนี้เลย

เนื้อหวาน อร่อยเต็มปากเต็มคำมากจริงๆ แนะนำเลยค่ะ ควรมาเป็นอย่างยิ่ง

  

.

.

Day7 : Hakata – BKK

และแล้วก็เดินทางมาถึงวันสุดท้าย วันนี้เรามีเวลาแค่ครึ่งวันก่อนกลับไทย เราก็เลยไปเดินเล่นกันที่สถานี hakata

ไปถึงก็ขอไปลองครัวซองร้านดังก่อนเลย ร้านนี้ตั้งอยู่ในสถานี hakata เลยค่ะ

พวกเราสั่งมาชิมคนละชิ้น มีรส original, sweet potato และ chocolate อร่อยมากทุกรสเลย

แล้วก็ไปกินไอติมชาเขียวกันต่อที่ร้าน Nana green tea ร้านนี้ตั้งอยู่ในห้าง แต่เราจำพิกัดไม่ได้แล้ว อร่อยมากเหมือนกันค่ะ

จากนั้นเราก็ไปชอปปิ้งเก็บตกกัน แล้วก็ไปกินข้าวเที่ยงกันที่ร้าน Sushi zanmai ก่อนไปเอากระเป๋าเพื่อเดินทางไปสนามบินกันค่ะ

และก็จบทริปนี้ไปอย่างสวยงาม อยากบอกว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มากี่ทีก็ไม่เคยเบื่อเลย

แต่ละเมืองก็มีเสน่ห์กันคนละแบบ มีสถานที่ให้เที่ยว ให้ชอป แบบเอาเงินมาเท่าไหร่ก็หมดจริงๆ

ขอบอกว่าทริปนี้พวกเราสนุกและมีความสุขกันมากๆเลย

หวังว่าทุกคนที่อ่านก็คงสนุกไปกับพวกเรานะคะ และเรายินดีมากๆถ้าทุกคนจะตามรอย หรือแชร์ทริปของพวกเราค่า

.

.

-ค่าใช้จ่ายทั้งหมด-

ค่าตั๋วเครื่องบิน13,800 บาท

ค่าที่พัก 6 คืน 10,260บาท

ค่าเช่ารถ4วัน คนละ 2,500 บาท

ค่าทางด่วน+ ค่าน้ำมัน1,250 บาท

ค่าอาหาร7,000 บาท

ค่า Subway ใน Fukuoka 1,000 บาท

ค่าเข้าสถานที่ต่างๆ 2,000 บาท

ค่าประกันการเดินทาง 635

รวมทั้งหมดประมาณ 40,000 บาทพอดิบพอดี

 

bellie

Thipsumon Kirkkraisuksom

Work hard.. Travel harder :)

LEAVE A COMMENT